บัวขาวเดือด เข้าแจ้งปอศ. โดนละเมิดลิขสิทธิ์แอบอ้างขายสินค้า

บัวขาวเดือด เข้าแจ้งปอศ. โดนละเมิดลิขสิทธิ์แอบอ้างขายสินค้า

บัวขาวเดือด เข้าแจ้งปอศ. โดนละเมิดลิขสิทธิ์แอบอ้างขายสินค้า

            นักมวยไทยชื่อดัง “บัวขาว” สุดทน หอบหลักฐานแจ้งความ ตร.ปอศ  หลังโดนละเมิดลิขสิทธิ์ ถูกคนไม่หวังดี นำชื่อตนเองไปแอบอ้างทำเป็นสินค้า ตร.ปอศ เตรียมออกหมายเรียกมาคุยเจรจา หากไม่สามารถตกลงกันได้ เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยชื่อดัง ผู้เสียหายโดนละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมด้วย นายสันติวัสถ์ สังข์วรรณะ ทนายความส่วนตัว เข้าพบกับ พ.ต.ท.ณัฐพนธ์ จุ้ยอำนวย สว.(สอบสวน) กก.3บก.ปอศ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีทันที หลังสือบทราบมาว่า มีคนไม่หวังดี นำชื่อตัวเองไปแอบอ้างไปใช้ทำสินค้าชนิดอื่น

บัวขาวเผย รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ถูกละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าเป็นอย่างมาก

ส.ท.สมบัติ หรือบัวขาว เผย จากเหตุการณ์ละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า ตนจึงได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน หลังจากสืบทราบจนพบว่ามีสินค้ายี่ห้อหนึ่ง ได้นำรูปลายเส้นนักมวยสวมมงคล ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับรูปถ่าย ที่ตนเคยถ่ายเก็บไว้

โดยผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จะใช้ชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษในคำว่า “บัวขาว” เป็นชื่อสินค้าของตัวเอง ส่งผลให้สปอนเซอร์ของตนและแฟนคลับจำนวนมากเข้าใจผิด คิดว่าสินค้าดังกล่าวของบัวขาว ด้วยเหตุนี้ จึงต้องขอรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ด้วยการเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้

หลังจากนี้เป็นต้นไป จะให้ทนายความจัดการตามข้อกฎหมาย กับบุคคลที่ละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าเหล่านี้ต่อไป “ผมรู้สึกสะเทือนใจมาก ต่อเหตุการณ์ดังกล่าที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวผมโดยตรง มีคนสอบถามเข้ามาเยอะมาก จนต้องออกมารักษาสิทธิ์ของตนเอง และไม่อยากให้แฟนคลับเข้าใจผิด” บัวขาว กล่าว

ก่อนเข้าแจ้งความถูกละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า ต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานทั้งหมด 2 เดือน

ทนายความส่วนตัวบัวขาว กล่วถึงเหตุการณ์ลิขสิทธิ์สินค้าว่า เราได้รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เป็นเอกสาร ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาร่วม 2 เดือน สำหรับสินค้าดังที่ตรวจพบดังกล่าว เป็นสินค้าประเภทยาบรรเทาปวดกล้ามเนื้อ โดยมีการสั่งผลิตสินค้าจากประเทศจีน ก่อนนำมาขายภายในประเทศไทยต่อไป จากการสือบทราบ พบว่ามีการเปิดขายผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ จ.ชลบุรี

ด้าน พ.ต.ท.ณัฐพนธ์ กลว่า ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ใดเกี่ยวกับเหตุการณ์ละเมิดลิขสิทธิ์ ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการออกหมายเรียก เพื่อให้มาพูดคุยตกลงกันก่อน เนื่องจากข้อหานี้ สามารถพูดคุยตกลงและยินยอมความกันได้ อย่างไรก็ตาม หากพูดคุยตกหรือลงกันไม่ได้ ก็จะถูกดำเนินคดีตามข้อกฎหมายต่อไป.