รัฐบาลไทยทุ่มงบ 350 ล้าน เตรียมผลิตนักรบไซเบอร์

รัฐบาลไทยทุ่มงบ 350 ล้าน เตรียมผลิตนักรบไซเบอร์

            คณะรัฐบาล คสช. เตรียมทุ่มงบเป็นเงิน 350 ล้านบาท เพื่อผลิต “นักรบไซเบอร์” รุ่นที่ 1 จำนวน 200 คน สำหรับเตรียมความพร้อมรับมือมหันตภัยไซเบอร์ โดยจะเปิดรับสมัครบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนประมาณ 1,000 คน เพื่อเข้าร่วมการฝึกอบรมต่อไป

ในจำนวน 1,000 คนนี้ ถูกประเมินไว้ว่าจะเหลืออยู่ราว 500-800 คนที่ได้หนังสือรับรองว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถเพรียบพร้อม และมีจำนวนอย่างน้อย 200 คนเท่านั้น ที่ถูกรับเลือกบรรจุเข้าเป็น “นักรบไซเบอร์” ภายในเวลา 3 ปี

ภายในปี 2564 ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์อย่างน้อย 4,000-5,000 คน

แต่ทว่า จากผลสำรวจชิ้นล่าสุดพบว่า ทางรัฐบาลมีผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้นายกฯจึงมีความประสงค์ให้รีบเร่งเพิ่ม “นักรบไซเบอร์” จำนวนมากขึ้นมา เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในวันข้างหน้า

คณะกรรมการเตรียมการด้านรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ ที่มีประธานคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่ม “นักรบไซเบอร์” จำนวน 1,000 คน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่จะเกิดกับประเทศไทย

หน้าที่และความรับผิดชอบของ “นักรบไซเบอร์”

หน้าที่ของนักรบไซเบอร์ จะมุ่งเน้นไปที่การติดตามจับกุมและป้องกันการละเมิดสถาบันสูงสุด รวมถึงหน้าที่ป้องกันการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของสถาบันต่าง ๆ ซึ่งภายในระยะเวลา 4-6 เดือน จะมีการจัดทำแผนปฏิบัติการของ “นักรบไซเบอร์” ออกมา โดยเบื้องต้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ 1. ติดตามและเฝ้าระวัง 2. เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ 3. แก้ไขระบบให้กลับสู่ปกติ 4. ฟื้นฟูซ่อมแซมและพัฒนาระบบ

รัฐบาล คสช. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

เมื่อปี 2559-2560 ทางรัฐบาล คสช. มีความตั้งใจจริงในการปราบปรามกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวและเรียกร้อง ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้แล้ว กองบังคับการและปราบปรามการทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ยังมีนโยบายจัดทำระบบจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจากโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของชาติอีกด้วย ภายใต้ชื่อโครงการว่า “บิ๊ก ดาต้า”

อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงดีอี ระบุว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ที่ตั้งงบผูกพันไว้ 2 ปี ซึ่งในขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยในวันข้างหน้าเมื่อขั้นตอนนี้แล้วเสร็จ ก็จะเริ่มแผนการที่วางไว้